การนิเทศ ติดตาม การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษากรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 2 ประจําปีการศึกษา 2567 ณ โรงเรียนไมตรีจิตวิทยาทาน

Spread the love

วันพุธที่ 8 เดือน มกราคม พ.ศ. 2568 การนิเทศ ติดตาม การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษากรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 2 ประจําปีการศึกษา 2567 คณะนิเทศ ติดตาม นําโดย ประธานคณะกรรมการดําเนินงาน นางสาวอริญรดา วัฒนกุล รองศึกษาธิการ จังหวัดกรุงเทพมหานคร และศึกษานิเทศก์ สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ โรงเรียนไมตรีจิต วิทยาทาน สังกัดสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อติดตามการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และร่วมรับฟังปัญหา อุปสรรค ในการดําเนินการเชิงพื้นที่ เพื่อหาแนวทางส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือการขับเคลื่อน นวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษานําร่อง ให้สามารถบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

ผลลัพธ์จาการนิเทศ ติดตาม

โรงเรียนไมตรีจิตวิทยาทาน สังกัดสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเป็นสถานศึกษานําร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษากรุงเทพมหานคร รุ่นที่ 2 ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง โดยสถานศึกษาอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิบ้านไมตรีจิตเพื่อการพัฒนาและศึกษา อิสลาม เปิดสอนระดับอนุบาล – ม.3 เป็นหนึ่งสถานศึกษาสอนศาสนาอิสลาม โดยใช้หลักสูตร สถานศึกษาฐานสมรรถนะ ในระดับชั้นประถมศึกษา ในปีการศึกษา 2567 ภายใต้ ISLAM Model โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทั้ง 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ และเจตคติ ในด้านการจัดการเรียน การสอนเน้นการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) พัฒนาการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการส่งเสริมทักษาภาษา สถานศึกษาส่งเสริม ภาษาอังกฤษ และภาษา อาหรับทั้งทักษะการพูด อ่านและเขียน ด้านการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมผู้เรียนให้มีทักษะในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรสอดคล้อง กับบริบทพื้นที่ เช่น การปลูกผัก เลี้ยงปลา เป็นต้น ในด้านการส่งเสริมเทคโนโลยี มีการนําคอมพิวเตอร์มาใช้ในห้องเรียนเพื่อพัฒนาทักษะ การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ทั้งนี้ คณะนิเทศ ติดตาม ได้แลกเปลี่ยนพูดคุย ด้านปัจจัยความสําเร็จ ปัญหา อุปสรรค ในการดําเนินการขับเคลื่อน พื้นที่นวัตกรรมของสถานศึกษา ส่วนความต้องการของสถานศึกษา ได้แก่ การพัฒนาครูผู้สอนให้มีทักษะและสมรรถนะด้านการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก AL (Active Learning) และการสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการวัดผลประเมินผลเชิงสมรรถนะมากขึ้น